“สวนเบญจกิติ สวนเพื่อสุขภาพของคนเมือง”


“ชีวิตจะดีได้สุขภาพต้องดีตาม” อาจเป็นการอยู่เป็นและเลือกใช้ชีวิตที่สมดุล นอกเหนือจากเลือกทานอาหารที่ดีถูกหลักอนามัยของแต่ละช่วงชีวิต เรามักจะได้ยินคําพูดที่เกิดขึ้นใหม่ๆ ว่า “กินแล้วต้องไปเอาออก” นั่นก็คงจะหมายถึงกินแล้วต้องออกกําลังกายเพื่อสร้างเสริมสุขภาพให้สมดุลนั่นเอง แต่อุปสรรคของบางคนอาจเป็นเรื่องของการงานและเวลาที่หาค่อนข้างยากสําหรับใช้ชีวิตบางส่วนให้กับการออกกําลังกายที่สม่ำเสมอ เรื่องของวินัยกับการจัดการเวลาให้ลงตัวก็ถือว่าเป็นเรื่องสําคัญ

จากคําพูดที่ว่า “มีเงินมีทองมากมาย แต่ก็ซื้อสุขภาพไม่ได้และสุขภาพจะดีได้ต้องลงมือทําเอง” ประโยคนี้อ่านแล้วน่าจะจริงสําหรับหลายๆ คน บางคนปล่อยให้สุขภาพแย่ลงจะกลับมากู้แต่ก็ดูเหมือนจะลำบาก ทางเลือกที่ดีที่สุดน่าจะเป็นการป้องกันดีกว่าการแก้ไข (Prevention is better than cure) ใครๆ ก็พูดเช่นนั้น แต่สิ่งที่สําคัญนั้นอยู่ที่การลงมือทํา ซึ่งคนที่ทำงานอยู่ในเมืองใหญ่นั้น อาจจะจัดสรรเวลาอิสระเพื่อสุขภาพนั้น “ไม่ง่ายเลย”

แต่ในยุคนี้เรายังถือว่าโชคดีที่มีป่าในเมืองเกิดขึ้นอยู่หลายแห่ง อย่างเช่น “สวนป่าเบญจกิติ” ที่ปรับปรุงจากโรงงานยาสูบเป็นสวนป่าสีเขียวแห่งใหม่ให้คนเมืองได้เดินกินลมชมวิวธรรมชาติท่ามกลางต้นไม้สีเขียว พอให้ได้พักผ่อนหย่อนใจหรือออกกําลังกายเพื่อสุขภาพทั้งช่วงเช้าและช่วงเย็น การเปิดให้บริการทั้งสองช่วงนี้จึงเป็นผลดีและทางเลือกที่ดีสําหรับคนวัยทํางานที่อาจจะแบ่ง ปันเวลาให้กับตัวเองในช่วงเลิกงานนั่นเอง สําหรับผู้สูงวัยก็เลือกเวลาที่เหมาะสมได้ตามความลงตัวของแต่ละบุคคล

“สวนเบญจกิติ” นั้นมี 2 ส่วนด้วยกัน คือ สวนน้ำเบญจกิติที่อยู่ติดกับศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เป็นบ่อน้ำขนาดใหญ่และมีทางเดินสําหรับเดิน วิ่ง และเลนปั่นจักรยาน และอีกส่วนเป็นสวนป่าที่สร้างสีสันด้วยจุดเด่นของทางเดินลอยฟ้า (Sky Walk) เหมาะมากสําหรับเดินชมวิวทิวทัศน์สองข้างทาง ระยะทางประมาณ 1.6 กิโลเมตร เมืองป่าแห่งนี้ถือว่าเป็นสวนสาธารณะเพื่อคนเมืองและสิ่งแวดล้อม เป็นเส้นทางเดินเพื่อการออกกําลังกายในสไตล์ต่างๆ เช่น ไม่ว่าจะวิ่ง เดิน ขี่จักรยาน ยังมีสนามกีฬาในร่มอีก 7 ชนิดกีฬา คือ บาสเกตบอล, สตรีตบาสเกตบอล, แบดมินตัน, ฟุตซอล, เทเบิลเทนนิส, พิคเคิลบอล และเทคบอล รวมไปถึงส่วนของพื้นที่สําหรับบางคนที่จะนําสัตว์เลี้ยงมาเดินเล่นเป็นเพื่อนคู่ใจได้อีกด้วย

สวนสาธารณะแห่งนี้เปิดทําการทุกวัน เวลา 05.00 – 21.00 น. ตั้งอยู่ระหว่างถนนรัชดาภิเษกและถนนดํารงค์พิทักษ์ (ทางด่วนขั้นที่ 1 ช่วงถนนเพลินจิต – พระราม4) แต่ปัจจุบันสวนยังไม่ได้เปิดใช้งานเต็มพื้นที่จึงต้องเข้า – ออก ผ่านทางถนนรัชดาภิเษก สามารถเดินทางด้วยขนส่งสาธารณะโดยรถไฟฟ้า BTS ที่สถานีอโศก หรือ MRT สถานีสุขุมวิท และสถานีศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ หากขับรถยนต์ส่วนตัวมาที่สวนสาธารณะประตูเข้า – ออก สําหรับจอดรถจะเปิดช่วงเช้าเวลา 05.00 – 09.00 น. และช่วงบ่ายเวลา 16.00 – 21.00 น.

“น้ำมันปาล์มตราผึ้ง” โดยกลุ่มปาล์มธรรมชาติ ขอร่วมส่งเสริมเพื่อสืบสานคุณค่าแห่งวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของการ “กินดี อยู่ดี สุขภาพดี” ของคนไทยมาอย่างต่อเนื่อง

Similar Posts

  • ชุมชนคลองโอ่งอ่าง” มนต์เสน่ห์ที่ไม่ได้หายไปไหน

    ถ้าพูดถึง “ชุมชนหรือย่านกินเที่ยว” ต้องนึกถึงความคึกคัก ความตื่นตัวและความอร่อยของหลากหลายเมนู ผู้คนมักค้นหาสิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ โดยเฉพาะเรื่องของปากท้อง ซึ่งน่าจะเป็นเรื่องสำคัญสำหรับหลายคน เพราะการได้ค้นหารสชาติใหม่ๆ ในสถานที่ที่แปลกไปจากเดิม น่าจะเป็นเรื่องสนุกและน่าสนใจขึ้นมาได้ มีหลายพื้นที่ในกรุงเทพฯ ได้มีการพัฒนาปรับปรุงและสร้างสีสันให้กับชุมชนในเชิงสร้างสรรค์และอนุรักษ์วัฒนธรรมอาหารของคนในชุมชนนั้นๆ ไว้ “คลองโอ่งอ่าง” ก็เป็นหนึ่งชุมชนที่ได้สร้างความแปลกใหม่นั้นขึ้นมา จนได้รับรางวัล 2020 Asian Townscape Awards จาก UN-Habitat Fukuoka ซึ่งได้รับการคัดเลือกให้เป็นต้นแบบของการปรับปรุงภูมิทัศน์ (Landscape Improvement Project) แต่วันนี้ดูเหมือนว่าผู้คนเริ่มห่างหายกันไปบ้าง ในขณะที่ร้านค้า พ่อค้าและแม่ค้าในชุมชนแห่งนี้ยังคงรอคอยผู้มาเยือนอยู่เสมอ รวมไปถึงกำแพงศิลปะขนาดใหญ่ ที่บอกเล่าเรื่องราวของวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของผู้คนในย่านชุมชนเก่าผ่านสีสันและลายเส้นสวยงามให้เรียนรู้และชื่นชมในแต่ละวัน วันนี้ “ชุมชนคลองโอ่งอ่าง” แม้ว่าจะดูเงียบเหงาไปบ้าง ต่างจากช่วงเปิดตัวใหม่ๆ ที่ผู้คนให้ความสนใจและหลั่งไหลกันเข้ามาแวะเวียน ความคึกคักในวันนี้ค่อยๆ…

  • “ท่าช้าง ท่ามหาราช และอุโมงค์ลอดถนนหน้าพระลาน”ย่านกินเที่ยวตามรอยประวัติศาสตร์ไทย

    ย่านท่าช้างและท่ามหาราช ถือว่าหนึ่งในพื้นที่ยุทธศาสตร์ตามแผนฟื้นฟูเมืองกรุงเทพฯ 250 ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของไทย เรียกได้ว่าเป็นย่านแห่งการต้อนรับผู้คนและแขกบ้านแขกเมืองอย่างไม่มีวันหยุด ถ้าย้อนกลับไปในอดีต เรารู้กันดีว่าย่านแถวนี้เป็นที่ตั้งของ “หัวแหวนของกรุงรัตนโกสินทร์” คือรอยต่อเชื่อมสำคัญของเมืองหลวง 2 ยุคสมัย จากกรุงธนฯ สู่กรุงเทพฯ ที่ส่งเรื่องราวและกลิ่นอายของไทยได้อย่างไม่รู้เลือน ไม่ว่าจะเป็นวัดวาอาราม (วัดพระแก้ว) ที่ตั้งอยู่ในย่านนี้ด้วย รวมไปถึงตลาดท่าน้ำที่เชื่อมต่อไปยังฝั่งธนบุรี เรื่องราวในแต่ละยุคสมัยแม้ว่าจะจบสิ้นลง แต่ความทรงจำยังคงดำเนินมาอย่างต่อเนื่องจนถึงทุกวันนี้ กาลเวลาผ่าน เรื่องราวและวิถีของคนย่อมแปรเปลี่ยนไปตามพฤติกรรมและ การใช้ชีวิตที่ต้องปรับให้เข้ากับสิ่งใหม่ ๆ ในยุคปัจจุบัน แต่เอกลักษณ์และเสน่ห์ของย่านนี้ยังทิ้งกลิ่นอายของความเป็นไทยได้ดีเสมอ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการค้าขาย การท่องเที่ยว การเดินทางที่ยังคงใช้เรือเป็นพาหนะข้ามฝั่ง รวมไปถึงร้านค้าต่างๆ ที่ต้องปรับตัวให้ทันสมัยและมีสีสันเพื่อดึงดูดความน่าสนใจ ดูเหมือนว่า “ความคิดสร้างสรรค์…

  • วัดราชโอรสารามราชวรวิหาร ความงดงามเหนือกาลเวลา ตามรอยละครดัง “คุณพี่เจ้าขา ดิฉันเป็นห่านไม่ใช่หงส์”

    มาถึงจุดนี้แล้ว เราจะตกเทรนได้อย่างไร กระแสมาแรงแบบไม่แผ่วเลยกับละครดังเรื่อง “คุณพี่เจ้าขา ดิฉันเป็นห่านไม่ใช่หงส์” เรียกได้ว่าดูไปจิกหมอนไปก็ว่าได้ แต่ที่สำคัญและเป็นที่สะดุดตาอย่างโดดเด่นในละครเรื่องนี้ก็คือ ภาพสะท้อนถึงวิถีชีวิต…

  • เที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ ณ ย่านเก่าฝั่งธน วัดกัลยาณมิตร วัดซางตาครู้ส และชุมชนกุฎีจีน

    ย่านเก่าเมืองใหม่เกิดขึ้นมากมาย ไม่ว่าจะด้วยวัตถุประสงค์ของการปรับภูมิทัศน์หรือการวางผังเมืองตามกาลเวลาในแต่ละยุคสมัย ไม่ว่าจะเก่าหรือใหม่ การผสมผสานน่าจะเป็นจุดสำคัญ…

  • “เยาวราช” ตำนานอาหารสู่สตรีทฟู้ดระดับโลกดินแดนมังกรในเมืองไทยที่ผสมผสานครึ่งจีนครึ่งไทย

    ใคร ๆ ก็รู้จัก “เยาวราช” บางคนกล่าวว่าเป็นถนนสายทองคำ เพราะมีร้านทองเปิดขายเรียงรายกันตลอดแถวของถนนมังกรและบริเวณรอบข้าง แต่วันนี้เยาวราชกลับคึกคักกว่าเดิม และมีเรื่องราวพร้อมคุณค่ามากมายเกิดขึ้นใหม่ ๆ มากกว่า “ทอง” เสียอีก ถิ่นนี้อาจนิยามได้ว่า เยาวราชไม่ใช่แค่แหล่งค้าขายของชาวจีนและแหล่งอาหารจีนเพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นแหล่งสตรีทฟู้ดที่อยู่ในระดับต้น ๆ ของไทย และสร้างชื่อดังระดับโลกที่ใคร ๆ ก็ปฏิเสธไม่ได้ ชาวจีนเริ่มเข้ามาตั้งรกรากก่อนที่จะมีถนนเยาวราชเสียอีก พวกเขาได้ล่องเรือและมาขึ้นที่ท่าเรือเพื่อหาพื้นที่ทำกินย่านถนนทรงวาดและสำเพ็ง บางคนเริ่มค้าขายกันที่ท่าน้ำราชวงศ์มาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 1 และเป็นที่รู้กันว่าย่านทรงวาดคือย่านค้าส่งเมล็ดพันธุ์ทางการเกษตรมาในสมัยนั้นก่อนที่จะขยับขยายชุมชนชาวจีนเรื่อยมาจนมาถึงการสร้าง “ถนนเยาวราช” จึงไม่แปลกใจเลยที่ว่า คนจีนยุคนั้นได้มาถึงไทยพร้อมกับอาหารจีนและทำให้ย่านนี้เป็นแหล่งเผยแพร่วัฒนธรรมอาหารจีนนั่นเอง   ร้านอาหารจีนในย่านเยาวราชจากรุ่นสู่รุ่นได้สืบทอดกันมา และได้ปรับเปลี่ยนให้เข้ากับยุคสมัยทั้งรสชาติและสไตล์ จนกลายมาเป็นเอกลักษณ์ “อาหารเยาวราช” ที่ไม่เหมือนใคร ทุกวันนี้เราจะเห็นว่ามีทั้งร้านอาหารและคาเฟ่สไตล์ของคนรุ่นใหม่เข้ามาเปิดกันมากขึ้น พร้อมกับสีสันและความตื่นตาตื่นใจ ที่น่าสนใจยิ่งก็น่าจะเป็นเรื่องของ “สตรีทฟู้ดอาหารข้างทาง” ซึ่งก่อนเคยเป็นหาบเร่ จนพัฒนาขึ้นมาเป็นการขายข้างทางทอดยาวไปตามแนวถนน…

  • ชวนช้อปตลาดชุมชน “ตลาดสามชุก ตลาดร้อยปี” สุพรรณบุรี

    ที่ไหนมีชุมชน ที่นั่นย่อมมี “ตลาด” คงไม่ผิดแน่ที่ต้องพูดเช่นนี้ ตลาดกับชุมชนมักอยู่คู่กันมาเสมอ แม้กาลเวลาจะผันแปรเปลี่ยนไปอย่างไร พฤติกรรมเดินช้อปในตลาดน่าจะเป็นความคุ้นเคยของผู้คนมากมาย ยิ่งในยุคปัจจุบันนี้แล้ว ถ้าได้เดินช้อปแถวตลาดชุมชนท้องถิ่นที่ยังคงแฝงด้วยกลิ่นอายของความเก่าแก่…