สิงหา พาแม่กินเที่ยว ชมพุทธศาสนสถาน เดินตลาด แวะกิน ณ เมืองแปดริ้ว

มาเยือนถึงเมืองแปดริ้ว ก็ต้องนึกถึงตลาดของฝากแถววัดโสธร ร้านอาหารริมแม่น้ำบางประกง และก็ “ตำนานพระพุทธรูปลอยน้ำ คู่เมืองแปดริ้ว” ณ วัดโสธรวรารามวรวิหาร ซึ่งเป็นตำนานที่เราได้เรียนรู้ถึงคุณค่าแห่งพุทธศานสถานที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน ฟังแล้วอยากไป สิงหาคมนี้มาชวนแม่กินเที่ยวกัน ไม่ไกลนักจากกรุงเทพฯ ไหว้พระในตำนาน ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ แวะตลาดวัดโสธร (ที่ใครๆ มาก็ต้องแวะหาซื้อของกินกลับบ้านกัน) แล้วแวะหาร้านติดแม่น้ำบางประกง กินง่ายๆ อยู่ง่ายๆ อย่างธรรมชาติ แค่นี้ก็สุขใจสำหรับเดือน “สิงหาพาแม่เที่ยว” กันเแล้วนะ

ณ ตลาดของฝากจะอยู่อีกฝั่งของวัด ถือว่าเป็นตลาดใหญ่ ใครผ่านไปผ่านมาก็ต้องเห็น มีร้านค้ามากมายที่ขายของฝากหลากหลายชนิด รุ่นคุณพ่อคุณแม่ ปู่ย่าหรือ ตายาย เห็นแล้วก็ต้องอดใจไม่ไหว ต้องหยุด ต้องแวะ มาต่างถิ่นแล้วยังไงก็ต้องมีของกินของฝากติดมือกลับบ้านกัน ที่ตลาดแห่งนี้มีทั้งขนม ผลไม้แปรรูป และของที่ระลึกต่างๆ ตลาดจะเปิดเฉพาะวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 08.00 – 16.00 น. ของฝากยอดนิยมจากวัดหลวงพ่อโสธร จังหวัดฉะเชิงเทรา ได้แก่ ขนมจาก ขนมเปี๊ยะ ห และผลไม้แปรรูปต่างๆ เช่น กล้วยฉาบ เผือกฉาบ และมะม่วงแช่อิ่ม นอกจากนี้ยังมีของฝากอื่นๆ ที่น่าสนใจ เช่น ขนมกุยช่าย ฝอยทอง และปลาส้ม พูดถึง “ขนมจาก” นับว่า เป็นของฝากที่ขึ้นชื่อและเป็นที่นิยมมากที่สุดเมื่อมาเยือนวัดหลวงพ่อโสธร ขนมจากเป็นขนมที่ทำจากแป้งและมะพร้าว ย่างไฟให้สุก มีทั้งแบบหวานและแบบเค็ม

อีกจุดที่น่าสังเกตุและน่าสนใจยิ่ง นั่นก็คือละครรำถวายแก้บน (ซึ่งเคยอยู่ฝั่งเดียวกับวัด แต่ปัจจุบันนี้ได้ย้ายมาอยู่ฝั่งตรงข้ามกับตลาดของฝาก) การแก้บนด้วยการรำละครแก้บนที่วัดโสธร เป็นที่นิยมโดยมีทั้งละครรำชุดเล็ก และชุดใหญ่ และเป็นการแสดงความกตัญญูต่อหลวงพ่อโสธร หลังจากที่ได้บนบานและประสบความสำเร็จตามที่ขอไว้ นอกจากการรำละครแล้ว ยังมีการแก้บนด้วยวิธีอื่นๆ เช่นการถวายไข่ต้นจำนวนมาก (เช่น 99 ฟอง ซึ่งเป็นที่นิยม) หรือถวายพวกมาลัยนั่นเอง เรื่องการแก้บนเป็นความเชื่อและศรัทธาของแต่ละบุคคล เช่นเดียวกันกับการเสี่ยงทายซื้อ “ลอตเตอรรี่” ซึ่งเราจะเห็นว่ามีการตั้งแผงขายให้ผู้คนได้เลือกซื้อและเสี่ยงโชคกันอย่างครึกครื้น เราก็เป็นหนึ่งในนั้นที่เรื่องการเสี่ยงโชคเป็นเรื่องที่น่าลอง “ใครถูกมีเฮ”

เอาใจผู้ใหญ่ (ในเรื่องของกิน ของฝาก กันมากพอแล้ว) ถึงเวลาที่ต้องขอกล่าวถึงตำนานของวัดโสธรแห่งนี้กันบ้าง (ข้อมูลจาก https://www.rspgburapha.com/หลวงพ่อโสธร)

“ใครรู้กันบ้างว่าเบื้องหลังของความศักดิ์สิทธิ์ ณ แห่งนี้ มีตำนานที่น่าสนใจซ่อนอยู่ โดยชาวบ้านในฉะเชิงเทรา เล่าขานสืบต่อกันมาว่า “หลวงพ่อโสธร” นั้นลอยน้ำมาในแม่น้ำบางประกง ก่อนจะมาประดิษฐานอยู่ที่แปดริ้วแห่งนี้ จากความเชื่อ ส่งต่อกันมาเป็นประเพณีของชาวฉะเชิงเทรา ก็คือ “พิธีอัญเชิญหลวงพ่อพุทธโสธรขึ้นจากแม่น้ำบางปะกง”

ตำนานเล่าขานมาตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนปลาย โดยเชื่อว่ากันว่า “พระพุทธโสธร” นั้น มีพี่น้องที่ลอยน้ำมาด้วย 3 องค์ ซึ่งชื่อของพี่ทั้ง 2 องค์นั้น ยังคงเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ ว่าเป็นพระองค์ไหนกันแน่ ระหว่างหลวงพ่อบ้านแหลมกับหลวงพ่อโตบางพลี หรือ หลวงพ่อบ้านแหลมและหลวงพ่อวัดไร่ขิง

โดยพระพุทธรูปทั้ง 3 น้ำลอยน้ำมาจากทางเหนือ ก่อนจะมาถึงแม่น้ำเจ้าพระยา และแสดงอภินิหารให้ชาวบ้านแถวนั้นเห็น ชาวบ้านจึงช่วยกันอัญเชิญพระพุทธรูปขึ้น แต่ไม่ว่าจะทำยังไงก็ไม่สามารถยกขึ้นได้ โดยใช้เวลาประมาณ 3 วัน 3 คืน ใช้คนไปกว่าแสนคน จึงเป็นที่มาของชื่อตำบล “สามแสน” ที่เพี้ยนเป็น “สามเสน” ในปัจจุบัน

หลังจากนั้นทั้ง 3 องค์ก็จมน้ำลงไปอีกครั้ง และลอยเข้าสู่แม่น้ำบางประกง ผ่านคลอง ซึ่งชาวบ้านที่เห็นจึงช่วยกันชักพระขึ้นจากน้ำ แต่ก็ไม่สำเร็จ จึงเป็นที่มาของชื่อ “คลองชักพระ”

ในที่สุดทั้ง 3 องค์ก็ลอยถึงแม่น้ำบางประกง ซึ่งหลวงพ่อโสธรนั้นได้ผุดขึ้นมาที่หน้าวัดเสาธงทอน หรือวัดโสธร ทำให้ชาวบ้านบางประกงต่างก็ช่วยกันอัญเชิญขึ้นมาจากแม่น้ำ จนในที่สุดก็สามารถนำขึ้นมาได้สำเร็จ

จากตำนานที่เล่าขานกันมา นำมาสู่พิธีกรรมที่ชาวบางประกงยึดถือกัน เรียกว่า “พิธีอัญเชิญหลวงพ่อพุทธโสธรขึ้นจากแม่นํ้าบางปะกง” เป็นประเพณีที่กระทําสืบเนื่องมาช้านาน โดยจัดงานขึ้นตรงกับวันขึ้น 14 คํ่า เดือน 5 ของทุกปี

ซึ่งการสมโภชหลวงพ่อโสธรลอยนํ้าในครั้งอดีตกาล ชาวบ้านที่พบเห็นได้ช่วยกันใช้เชือกผูก เพื่อดึงองค์พระพุทธโสธรขึ้นมาจากแม่นํ้าบางปะกง แต่ไม่สามารถดึงขึ้นมาได้ กระทั่งต้องไปสอบถามผู้รู้และจัดพิธีบวงสรวงตามประเพณี ก่อนนําสายสิญจน์ไปคล้องพระหัตถ์และเชิญหลวงพ่อโสธรขึ้นจากนํ้าจนสําเร็จและนําหลวงพ่อโสธรมาประดิษฐานไว้ที่ วัดโสธรวรารามวรวิหาร ชาวจังหวัดฉะเชิงเทราจึงได้สืบทอดประเพณีนี้มาจนถึงปัจจุบัน และทำให้กลายเป็นอีกหนึ่งสถานที่สำคัญคู่เมืองแปดริ้วตราบจนปัจจุบันนั่นเอง”

ตลาดก็แวะแล้ว การเรียนรู้ตำนานของวัดก็รู้แล้ว อาการตาลายท้องร้องเริ่มเตือนแล้ว เราพากันไปหาร้านอร่อยๆ แถวแม่น้ำบางประกงกัน พาผู้ใหญ่เที่ยวต้องดูแลกันให้ทั่วถึง เราเดินทางต่อโดยมุ่งหน้าหารร้านในฝันทันที ไม่นานนัก พอขับข้ามสะพานมาก็จะเห็นร้านอาหารอยู่ริมแม่น้ำบางประกงเลย แวะทันที จะให้ท้องร้องเพราะหิวกันได้อย่างไร มากันแล้ว เที่ยวให้สนุก อาหารต้องถูกปากและอิ่มท้องด้วย ที่นี่ชื่อร้าน “ล้านลำพู” เป็นร้านง่ายๆ มีต้นละพูที่ใหญ่และสวยงามอยู่ริมน้ำ ร้านตั้งอยู่ใกล้กับวัดสมานรัตนารามและเขื่อนทดน้ำบางปะกง ทำให้การเดินทางสะดวกและเป็นจุดแวะพักที่ดีเมื่อไปทำบุญหรือเที่ยวชมสถานที่ต่างๆ ในบริเวณนั้น สำหรับเมนูอาหารนั้น เขาเน้นแนวเมนูไทยท้องถิ่น มีหลากหลายเมนูที่น่ากิน ไม่ว่าเป็นเหล่าเมนูผัดเผ็ด ต้มยำ ของทอด หรือยำต่างๆ เป็นต้น

สิงหาพาแม่กินเที่ยวในครั้งนี้ คงเป็นเรื่องที่สุขใจ ไม่มากไม่น้อย แต่ที่แน่ๆ คือความสุขที่ได้ดูแลและใส่ใจกันในครอบครัว

“น้ำมันปาล์มตราผึ้ง” โดยกลุ่มปาล์มธรรมชาติ ขอร่วมส่งเสริมเพื่อสืบสานคุณค่าแห่งวัฒนธรรมและวิถีชีวิต “กินดี อยู่ดี สุขภาพดี” รวมไปถึงการส่งเสริมและสนับสนุนการลดภาวะโลกร้อน เพื่อโลกที่น่าอยู่ของสังคมไทย

Similar Posts

  • กินเที่ยวสายมู ณ ศาลเจ้ากวนอู

    อารมณ์พาไปมูในช่วงต้นปี ยังคงไม่สิ้นสุด บ้างก็มูตลอดวัน เดือน และปี เพราะความเชื่อ ความหวัง และความสุข ย่อมไม่มีที่สิ้นสุด มาค่ะ ครั้งนี้เราไปมูกัน ณ “ศาลเจ้ากวนอู” ซึ่งคงเป็นทริปที่โปรดปรานของหลายคนก็ว่าได้ มูแล้ว แวะเที่ยวกินไปเพลินๆ…

  • “สวนเบญจกิติ สวนเพื่อสุขภาพของคนเมือง”

    “ชีวิตจะดีได้สุขภาพต้องดีตาม” อาจเป็นการอยู่เป็นและเลือกใช้ชีวิตที่สมดุล นอกเหนือจากเลือกทานอาหารที่ดีถูกหลักอนามัยของแต่ละช่วงชีวิต เรามักจะได้ยินคําพูดที่เกิดขึ้นใหม่ๆ ว่า “กินแล้วต้องไปเอาออก” นั่นก็คงจะหมายถึงกินแล้วต้องออกกําลังกายเพื่อสร้างเสริมสุขภาพให้สมดุลนั่นเอง…

  • ชุมชนวัดสระเกศ ภูเขาทอง

    วัดสระเกศ หรือวัดภูเขาทอง เป็นวัดโบราณในสมัยกรุงศรีอยุธยา เดิมชื่อวัดสะแก พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชโปรดเกล้าฯ ให้ปฏิสังขรณ์และขุดคลองรอบพระอาราม แล้วพระราชทานนามใหม่ว่า วัดสระเกศ ซึ่งแปลว่า ชำระพระเกศา…

  • กินเที่ยวบางปูทักทายนกนางนวล เสน่ห์ของมนต์เก่า

    “สถานตากอากาศบางปู” ก็แค่นี้เอง สมุทรปราการ ถือว่าเที่ยวใกล้กรุงเทพฯ เช้าไปเย็นกลับ ให้อาหารนกนางนวล เพลินๆ กับสวนธรรมชาติที่ควรอนุรักษ์และบํารุงรักษาไว้เพื่อการเรียนรู้ทางระบบนิเวศป่าชายเลน และชายฝั่งตามวิถีธรรมชาติ เมื่อกล่าวถึง “สถานตากอากาศบางปู” รุ่นคุณพ่อแม่ ปู่ย่าตายาย คงคุ้นเคยกันดี …

  • ตลาดน้ำไทรน้อย มาหาของกิน อร่อยสุดฟิน

    มาสัมผัสธรรมชาติและความเป็นอยู่แบบไทย ๆ ที่อยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ ได้ที่ “ตลาดน้ำไทรน้อย” ศูนย์รวมแพอาหารที่ชาวบ้านนำผลผลิตทั้งพืชผักผลไม้ปลอดสารพิษและอาหารคาวหวานนานาชนิดคัดสรรมาแล้วว่าอร่อยสะอาดและถูกหลักอนามัยมาจำหน่ายกันริมฝั่งคลอง เรียกได้ว่าอิ่มอร่อยจนพุงกางแล้วก็ยังสามารถซื้อหาเป็นของฝากติดมือกลับบ้าน …

  • “เยาวราช” ตำนานอาหารสู่สตรีทฟู้ดระดับโลกดินแดนมังกรในเมืองไทยที่ผสมผสานครึ่งจีนครึ่งไทย

    ใคร ๆ ก็รู้จัก “เยาวราช” บางคนกล่าวว่าเป็นถนนสายทองคำ เพราะมีร้านทองเปิดขายเรียงรายกันตลอดแถวของถนนมังกรและบริเวณรอบข้าง แต่วันนี้เยาวราชกลับคึกคักกว่าเดิม และมีเรื่องราวพร้อมคุณค่ามากมายเกิดขึ้นใหม่ ๆ มากกว่า “ทอง” เสียอีก ถิ่นนี้อาจนิยามได้ว่า เยาวราชไม่ใช่แค่แหล่งค้าขายของชาวจีนและแหล่งอาหารจีนเพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นแหล่งสตรีทฟู้ดที่อยู่ในระดับต้น ๆ ของไทย และสร้างชื่อดังระดับโลกที่ใคร ๆ ก็ปฏิเสธไม่ได้ ชาวจีนเริ่มเข้ามาตั้งรกรากก่อนที่จะมีถนนเยาวราชเสียอีก พวกเขาได้ล่องเรือและมาขึ้นที่ท่าเรือเพื่อหาพื้นที่ทำกินย่านถนนทรงวาดและสำเพ็ง บางคนเริ่มค้าขายกันที่ท่าน้ำราชวงศ์มาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 1 และเป็นที่รู้กันว่าย่านทรงวาดคือย่านค้าส่งเมล็ดพันธุ์ทางการเกษตรมาในสมัยนั้นก่อนที่จะขยับขยายชุมชนชาวจีนเรื่อยมาจนมาถึงการสร้าง “ถนนเยาวราช” จึงไม่แปลกใจเลยที่ว่า คนจีนยุคนั้นได้มาถึงไทยพร้อมกับอาหารจีนและทำให้ย่านนี้เป็นแหล่งเผยแพร่วัฒนธรรมอาหารจีนนั่นเอง   ร้านอาหารจีนในย่านเยาวราชจากรุ่นสู่รุ่นได้สืบทอดกันมา และได้ปรับเปลี่ยนให้เข้ากับยุคสมัยทั้งรสชาติและสไตล์ จนกลายมาเป็นเอกลักษณ์ “อาหารเยาวราช” ที่ไม่เหมือนใคร ทุกวันนี้เราจะเห็นว่ามีทั้งร้านอาหารและคาเฟ่สไตล์ของคนรุ่นใหม่เข้ามาเปิดกันมากขึ้น พร้อมกับสีสันและความตื่นตาตื่นใจ ที่น่าสนใจยิ่งก็น่าจะเป็นเรื่องของ “สตรีทฟู้ดอาหารข้างทาง” ซึ่งก่อนเคยเป็นหาบเร่ จนพัฒนาขึ้นมาเป็นการขายข้างทางทอดยาวไปตามแนวถนน…