ตลาดบ้านไม้ชายคลอง ชุมชนพูนบำเพ็ญ แหล่งท่องเที่ยววิถีชุมชนริมคลอง

“ชุมชนเล็กๆ ที่มีเสน่ห์และน่าสนใจแบบไม่น้อยหน้าเลย” ยังมีให้เห็นและมีความคึกครื้นตามแนววิถีชาวบ้านที่ยึดถือเอกลักษณ์ของชุมชนนั่นๆ ไว้เป็นหนึ่งเดียว การได้มาสัมผัสและเรียนรู้ในสิ่งที่ซ่อนเร้นอยู่ในตรอกซอกเล็กๆ ที่อาจจะต้องใช้ความพยายามสักนิดที่จะเข้าไปให้ถึง เพราะด้วยผังเมืองจากอดีตที่ปรับเปลี่ยนไปตามยุคสมัย ตึกรามบ้านช่อง ถนนหนทาง ได้ถูกพัฒนาขึ้นจนชุมชนอาจกลายเป็นเรื่องที่ค้นหายากหน่อย แต่ก็ไม่เกินความพยายามสำหรับเราๆ ที่ยังอยากเรียนรู้อดีตที่ยังหายใจอยู่นั่นเอง

“ชุมชนพูนบำเพ็ญ เป็นชุมชนเล็กๆ ที่อยู่มานานพอสมควร ถ้าย้อนกลับไปเมื่อ 60 ปีก่อน ชาวบ้านปลูกบ้านเรือนอยู่อาศัยเรียงรายอยู่ริมสองฝั่งคลองบางเชือกหนัง ทั้งอำเภอภาษีเจริญและอำเภอตลิ่งชันเป็นเรือนไม้ริมคลองบนพื้นที่ดินที่ครอบครัวทำกินอาชีพเกษตรกร ได้แก่ ทำนา ทำสวนพืชผักสวนผลไม้ หน้าบ้านตัวบ้านปลูกอยู่ชายคลองเพื่ออาศัยน้ำไว้ใช้ในชีวิตประจำวัน ใช้คลองสำหรับสัญจรไปมา ทำมาค้าขายและการขนถ่ายสินค้าเกษตร วิถีชีวิตของคนในชุมชนมีอาชีพเกษตรกรผูกพันกับคลอง มีการขุดคลองน้ำที่เรียกว่าลำประโดงเพื่อลำเลียงน้ำเข้าสู่สวน ผืนนา ทุกครอบครัวมีเรือหรืออู่เรือใช้ในการเดินทางเป็นสำคัญ การปกครองท้องถิ่นในอดีตมีผู้ใหญ่บ้านคอยดูแลช่วยเหลือลูกบ้าน ได้แก่ ผู้ใหญ่เย็น ทองมาก ผู้ใหญ่ฉุด ทองมาก (ผู้ใหญ่รวย ทองมาก) เมื่อกรุงเทพฯ เปลี่ยนแปลงการปกครองส่วนท้องถิ่นจากตำบลเป็นแขวงใช้อาสาสมัครเป็นคณะกรรมชุมชนคอยทำหน้าที่พัฒนาชุมชน นายประยุทธ พูนบำเพ็ญ ได้จดแจ้งชุมชนชื่อว่า “ชุมชนพูนบำเพ็ญ” ในปี 2541 พื้นที่ประมาณ 70 ไร้ มีซอยบางแวก 114 และซอยแบางแก 116 แขวงคลองขวาง เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร

“ปัจจุบันความเจริญด้านสาธารณูปโภคมากขึ้น ถนนและถนนซอยเป็นคอนกรีต ไฟฟ้า น้ำประปา ชุมชนเพิ่มครัวเรือนและประชากรมากขึ้น พื้นที่เกษตรกรรมลดลง คูน้ำลำประโดงถูกปรับใช้ประโยชน์ไปเกือบหมด ชุมชนพูดบำเพ็ญอยู่ในพื้นที่ประเภทอนุรักษ์ชนบทแลเกษตรกรรมของผังเมืองกรุงเทพฯ จึงยังมีพิ้นที่ร่มรื่นติมถนนซอยและการทำเกษตรแบบเมืองในบริเวณบ้านของผู้คน ซึ่งเหลือให้เห็นอยู่บ้าง”

คราวนี้เรามาดูภาพในปัจจุบันกันบ้าง ว่าการเปลี่ยนแปลงและการปรับวิถีในชีวิตประจำวันของผู้คนแห่งนี้เป็นอย่างไรบ้าง ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าสนใจและยินดีมาก ใครได้มาสัมผัสจะรู้สึกได้ถึงการผสมผสานกลมกลืนระหว่างชีวิตของคนรุ่นเก่ากับคนรุ่นใหม่ๆ ได้อย่างไร เรียกได้ว่า “เป็นวิถีคลองในเมืองกรุง” ก็ว่าได้

ตลาดบ้านไม้ชายคลอง ชุมชนพูนบำเพ็ญ ถือว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยววิถีชุมชนริมคลองสำหรับคนรุ่นใหม่ไปแล้วจริงๆ ที่นี่มีทั้งร้านอาหาร กาแฟ ผักผลไม้จากชาวสวน ร้านผ้าข้าวม้า รวมไปถึงการเน้นกิจกรรมและเวิรค์ช็อปเชิงอนุรักษ์และงานด้านฝีมือ (handmade workshops) ไม่ว่าจะเป็นการทำขนมไทยโบราณหรือไทยมงคล (จ่ามงกุฎ มงกุฎเพชร ทองเอกและทองเอกมะลิ เสน่ห์จันทน์ และผกากรอง) งานร้อยสร้อยเครื่องประดับ งานเรซิน การทำยาหอมยาดมโบราณ งานทำกระเป๋าผ้าจากดอกไม้สด ผ้ามัดย้อมและทุบย้อมจากใบไม้และดอกไม้สดธรรมชาติ (วิธีนี้ค่อนข้างแปลกตาไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน) การห่อใบตองขนม งานวาดภาพระบายสี การเล่นดนตรีในสวนและดนตรีไทย เป็นต้น ใครว่างๆ ทั้งวัน ก็สามารถนั่งเรือล่องไปชมวัดวาอาราม หรือตลาดน้ำอื่นๆ ในแถวนั้นก็ย่อมได้

สิ่งที่ประหลาดใจเป็นอย่างยิ่ง ก็คือการได้พบปะเพื่อนๆ รุ่นอายุราว 30 ต้นๆ ที่พากันมาร่วมกิจกรรมเป็นกลุ่มๆ ด้วยการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ และเป็นการเปิดตัวเองเข้ามาสู่ความเรียบง่ายในบรรยากาศเก่าแก่ที่มีเรื่องราวให้สัมผัส เรียนรู้ และสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ

“น้ำมันปาล์มตราผึ้ง” โดยกลุ่มปาล์มธรรมชาติ ขอร่วมส่งเสริมเพื่อสืบสานคุณค่าแห่งวัฒนธรรมและวิถีชีวิต “กินดี อยู่ดี สุขภาพดี” รวมไปถึงการส่งเสริมและสนับสนุนการลดภาวะโลกร้อน เพื่อโลกที่น่าอยู่ของสังคมไทย

Similar Posts