กินเที่ยวบางปูทักทายนกนางนวล เสน่ห์ของมนต์เก่า
“สถานตากอากาศบางปู” ก็แค่นี้เอง สมุทรปราการ ถือว่าเที่ยวใกล้กรุงเทพฯ เช้าไปเย็นกลับ ให้อาหารนกนางนวล เพลินๆ กับสวนธรรมชาติที่ควรอนุรักษ์และบํารุงรักษาไว้เพื่อการเรียนรู้ทางระบบนิเวศป่าชายเลน และชายฝั่งตามวิถีธรรมชาติ เมื่อกล่าวถึง “สถานตากอากาศบางปู” รุ่นคุณพ่อแม่ ปู่ย่าตายาย คงคุ้นเคยกันดีเรียกได้ว่าตอนจีบกันใหม่ๆ ที่นี่มักเป็นสถานที่ต้อนรับคู่รักหลายๆ คน จากรุ่นสู่รุ่นก็ว่าได้
วันนี้ก็เช่นกันสถานที่นี้ยังมีมนต์คลังจากความเก่าแก่และเรื่องราวที่ยังมีหลายคนพูดถึง และสิ่งนั้นก็คือ การได้มาดูนกนางนวลและชิมอาหารทะเล ณ ศาลาสุขใจ (เรียกได้ว่าอยู่มาอย่างยาวนานเชียว) แค่ชื่อก็รู้แล้วว่าเก่าแก่เพียงใด และที่ไม่ควรพลาดกับการเดินเที่ยวเชิงธรรมชาติของระบบนิเวศป่าชายเลนและชายฝั่ง (Blue Carbon) นั่นเอง
ก่อนอื่นของพูดถึงเรื่องราวในอดีตของการต่อตั้ง “สถานตากอากาศบางปู” กันสักหน่อย ที่นี่ถูกสร้างขึ้นมาเมื่อปี พ.ศ. 2480 ในสมัยของ จอมพล ป.พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น เพื่อเป็นที่เที่ยวพักผ่อนหย่อนใจ และออกกำลังกายสําหรับชาวบางปูและชาวสมุทรปราการนั่นเอง “เมื่อปี พ.ศ. 2480 จอมพล ป.พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรีเดินทางไปราชการที่จังหวัดชลบุรี ขณะผ่านมาแถวนี้ได้เห็นว่าพื้นที่นี่มีลมพัดเย็นสบายดีไม่หางจากพระนครนัก เหมาะที่จะเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ จึงให้จัดซื้อที่ดินบริเวณนี้ แล้วก่อสร้างสถานตากอากาศบางปูขึ้น สร้างเสร็จใจ พ.ศ. 2482 เพื่อเป็นที่พักผ่อนตากอากาศของบุคคลทั่วไป ต่อมา พ.ศ. 2484 ต้องปิดกิจการลงชั่วคราว เนื่องจากกองทัพญี่ปุ่นได้ยกพลขึ้นบกที่บางปูพร้อมๆ กับจัวหวัดริมทะเลในอ่าวไทย ได้แก่ ประจวบคีรีขันธ์ชุมพร สุราษฎร์ธานีนครศีธรรมราช สงขลา ปัตตานี และโกดาบารู ข้าราชาการและประชาชนชาวสมุทรปราการ ต่างคุมเชิงต่อต้านทหารญี่ปุ่นอย่างเต็มความสามารถโดยที่ยังมิได้ปะทะกันก่อนที่รัฐบาลจะยอมให้กองทัพญี่ปุ่นผ่านประเทศไทยเข้าสู่ประเทศพม่าได้ เป็นที่ประจักษ์ชัดว่า ประชาชนทุกหมู่เหล่ามีความสามัคคีเป็นน้ําหนึ่งใจเดียวกัน กล้าหาญ พร้อมที่จะปกป้องรักษา เมื่อสงครามยุติลงใน พ.ศ. 2491 สถานตากอากาศบางปูจึงได้เปิดดําเนินการต่อมาจนถึงปัจจุบัน โดยมีกองสถานพักผ่อน กรมพลาธิการทหารบกเป็นหน่วยปฎิบัติ” ในทุกๆ ปีไฮไลท์ของบางปูก็คือ ในช่วงปลายเดือนตุลาคมมีนาคม จะมีนกนางนวลจํานวนมากอพยพหนีหนาวจากไซบีเรีย ไม่ต่ำกว่าพันตัวเลยทีเดียว บินมาตากอากาศที่สถานตากอากาศบางปูนั่นเอง ทําให้ตรงนี้กลายเป็นแลนด์มาร์คสวย ในการถ่ายรูปนกนางนวลนั่นเอง
เมื่อจอดรถมาถึงที่นี่แล้ว เราสามารถเดินไปสุดทางของสะพาน หรือจะใช้บริการรถกอล์ฟก็ได้โดยค่ารถกอล์ฟก็คือ สินน้ำใจแล้วแต่เราจะใส่ลงไปในกล่องนั่นเอง รถกอล์ฟของเราค่อยๆ เคลื่อนผ่านสะพานสุขตา ซึ่งเป็นสะพานที่จะเชื่อมต่อไปยัง ศาลาสุขใจ ซึ่งเป็นอาคารสีขาวที่อยู่ปลายสะพานนั่นแหละ ระหว่างทางก็เริ่มจะมีนกนางนวล บินมาทักทาย ตรงจุดนี้เราสามารถให้อาหารนกหรือจะถ่ายรูปคู่ก็ได้นะ พอให้อาหารนกเสร็จก็เดินตรงเข้าไปสู่ “ศาลาสุขใจ” กันได้เลยเพื่อมื้อเที่ยงกับเมนูอาหารซีฟู้ดที่แสนอร่อยด้วยบรรยากาศย้อนยุคไปถึงรุ่นคุณพ่ อแม่ ปู่ย่า ตายาย กันได้ดีทีเดียว บรรยากาศของที่นี่จะเปิดโล่งรับลมได้ดีทานไปนั่งมองนกนางนวลไป เพลินกันได้ทั้งวัน
ก่อนกลับบ้านอย่าพลาดกับการเดินเที่ยวชม “ป่าชายเลน” มาเรียนรู้ระบบนิเวศเชิงธรรมชาติกัน ที่นี่มีพื้นที่สําหรับอนุรักษ์ระบบนิเวศ 3 แบบด้วยกันก็คือ ที่ลุ่มน้ำเค็ม หาดโคลนและป่าชายเลน ป่าชายเลนเป็นระบบนิเวศที่อยู่ในแนวเชื่อมต่อระหว่างผืนแผ่นดินกับ พื้นน้ำทะเล ส่วนหน้าที่ของมันก็คือเป็นป้อมปราการที่คอยปกป้องและรักษาไว้ซึ่งความสมดุลของสิ่งแวดล้อมให้เอื้ออํานวยต่อการเป็นแหล่งกําเนิดห่วงโซ่อาหาร แต่ใครจะนึกว่าที่นี่ยังเป็นเรื่องราวของความสัมพันธ์ระหว่างองค์ประกอบ 2 ส่วนระหว่างสิ่งมีชีวิต (สัตว์ทางทะเล) กับสิ่งไม่มีชีวิต (พวกธาตุอหาร น้ำ เกลือแร่ พวกซากพืชซากสัตว์และสภาพภูมิอกาศ)
ทุกวันนี้เราจะพบเห็นกลุ่มนักเรียนจากโรงเรียนต่างๆ ให้ความสนใจกับการเรียนรู้จากสถานที่นี่พอสมควรการเรียนรู้ในห้องเรียนที่ควบคู่ไปกับการเรียนรู้นอกห้องเรียนคือการสัมผัสจริงและเป็นการสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ไปในตัว
ถ้าเพื่อนๆ อยากหาสถานที่พักผ่อนหย่อนใจที่ไม่ไกลนักจากกรุงเทพฯ ที่นี่ถือว่าเป็นทางเลือกหนึ่งที่ดีเลยจะมาเป็นคู่ กลุ่ม หรือครอบครัว “นกนางนวล” ที่นี่รอพวกคุณอยู่เสมอ ถ้าได้มาพบเจอกันอาจตกหลุมรักกันไม่รู้ตัวเลย ที่อยู่: ถนนสุขุมวิท ตําบลบางปูใหม่อําเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/zXUxVAXTT88q7BQXA เปิดให้เข้าชม : 06.00-20.00 น. เว็บไซต์:https://www.facebook.com/BangpuRecreationCenter
“น้ำมันปาล์มตราผึ้ง” โดยกลุ่มปาล์มธรรมชาติ ขอร่วมส่งเสริมเพื่อสืบสานคุณค่าแห่งวัฒนธรรมและวิถีชีวิต “กินดี อยู่ดี สุขภาพดี” รวมไปถึงการส่งเสริมและสนับสนุนการลดภาวะโลกร้อน เพื่อโลกที่น่าอยู่ของสังคมไทย










































































