กิน เที่ยว ชม วัดสุทัศน์ เสาชิงช้า ถนนดินสอ

“กิน เที่ยว ชม วัด และสถานที่ทางประวัติศาสตร์” นั่น ดูเหมือนเป็นเส้นทางเชื่อมโยงกาลเวลาที่ร้อยเรียงด้วยเรื่องราวและคุณค่าให้เราได้สัมผัส แม้ว่าจะไม่ได้อยู่ในยุคนั้นๆ แต่เอกลักษณ์และกลิ่นอายของสถานที่นั้นๆ ก็ยังคงสะท้อนให้เห็นและลองเข้าไปสัมผัสได้จริงอยู่ แน่นอนเรื่องของ “การกินอยู่ของชุมชน วัดและสถานที่เก่าแก่” ย่อมเป็นแหล่งเรียนรู้ที่ไม่ได้หายไปไหนเลย

วันนี้เราขอพาเดินเที่ยวกันแถวถนนดินสอ ซึ่งมีสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์สำคัญๆ ให้ได้ชื่นชมและเพลิดเพลินไปได้ในวันเดียว ของการ “กิน เที่ยว ชม วัดและประวัติศาสตร์ไทย” เป็นเรื่องที่โชคดีเพราะฝนไม่ตกในวันนี้ อากาศไม่ร้อนไป ท้องฟ้ายังสดใส ทำให้เราเดิน เที่ยว กิน อย่างสบายๆ ในย่านเมืองเก่าแห่งนี้

เรามาเริ่มกันที่วัดสุทัศน์เทพวรารามราชวรมหาวิหารกันก่อน เอาเลิศเอาชัย ไหว้พระก่อนเลย วัดสุทัศน์ เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก เริ่มก่อตั้งในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 ใช้เวลาในการก่อสร้างยาวนานถึง 3 รัชกาลเลยทีเดียว ภายในวิหารเป็นที่ประดิษฐาน “พระศรีศากยมุนี (หลวงพ่อโต)” นั่นเอง

สำหรับด้านหน้าของวัดสุทัศน์ เราจะเห็นภาพงดงามของ “เสาชิงช้า” สูงใหญ่ตั้งตระหง่านงดงาม ซึ่งสร้างขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็ดพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 บนพื้นที่สะดือเมือง ศูนย์กลางของพระนครเป็นสถาปัตยกรรมที่สร้างขึ้นเพื่อใช้ประกอบพิธีโล้ชิงช้า ในพระราชพิธี “ตรียัมปวาย ตรีปวาย” ตามโบราณราชประเพณี และคติความเชื่อของพราหมณ์ ก่อนจะมีการยกเลิกไปในสมัยรัชกาลที่ 7 และปัจจุบันนี้ เสาชิงช้าได้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวและเป็นมรดกอันทรงคุณค่าทางวัฒนธรรม และนอกเหนือจากนี้แล้ว แถววัดสุทัศน์ ในพื้นที่ตึกแถวริมถนนบำรุงเมือง เริ่มตั้งแต่แยกสี่กั๊กเสาชิงช้าตัดกับถนนตะนาว ผ่านหน้าวัดสุทัศน์ฯ จนถึงแยกสำราญราษฎร์ ตัดกับถนนมหาไชย มีร้านขายเครื่องสังฆทานและพระพุทธรูปหล่อที่สวยงามให้เลือกชมเลือกซื้อมากมาย เรียกได้ว่าเป็นตลาดจำหน่ายสังฆทานและเครื่องสังฆภัณฑ์คุณภาพดีและครบครันทีเดียว

เพลิดๆ สักพักกับการเดินชมวัดวาอาราม ท้องเริ่มร้อง ตาเริ่มลาย ก็เพราะหิวได้ทันเวลา จึงพากันเดินเลาะไปตามถนนดินสอ แต่ตรงจุดนี้ เรามาพูดถึงถนนดินสอกันสักหน่อย ถนนดินสอเป็นถนนระยะทางสั้นๆ ตั้งต้นจากบริเวณเสาชิงช้ายาวไปทางวงเวียนอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยจนจรดถนนพระสุเมรุ สันนิษฐานว่า ชื่อถนนนี้มีที่มาจากอาชีพของชาวบ้านย่านนี้ในอดีตที่ทำดินสอขาย แม้วันนี้ อาชีพของชาวบ้านย่านนี้จะเปลี่ยนไปหมดแล้ว แต่ก็ยังเป็นย่านเมืองเก่าที่สวยงาม และน่าสนใจให้ชมกันหลายจุด แถมมีของกินอร่อยๆ ให้อิ่มท้องตลอดวันตลอดเส้นทาง

ณ ถนนดินสอ มีทั้งของกิน ของใช้และร้านอาหารมากมายเปิดต้อนรับผู้คนในทุกๆ วัน ไม่ต้องรีบ ค่อยๆ เดิน เที่ยว และกินไปเรื่อยๆ อย่างสบายใจ แต่ตอนนี้ เราขอแวะหาอะไรเบาๆ ลองท้องกันก่อนดีกว่ากับเครื่องดื่มในบรรยากาศบ้านเก่าแก่กันที่ “บ้านขนมปังขิง คาเฟ่” ที่นี่เป็นคาเฟ่ขนมไทยที่ฮ๊อตฮิตมาก ตัวร้านรีโนเวทจากบ้านไม้เก่าแก่อายุกว่า 100 ปี โดดเด่นด้วยลวดลายฉลุโบราณที่งดงามตามสไตล์เรือนขนมปังขิง อยู่ในซอยหลังเทวสถานโบสถ์พราพมณ์ เหมาะสำหรับการนั่งพักเหนื่อยจิบเครื่องดื่มเย็นๆ เสียจริง

“มาค่ะ มาลุยกันต่อ” เพราะถ้าเราเดินเลาะตามถนนดินสอ ก็ยังมีร้านอาหาร และรถเข็นขายอาหารจอดริมทางให้เลือกซื้อ เลือกชิมได้อย่างจุใจอีก ร้านขายอาหารแถวนี้เป็นห้องแถวติดกันตลอดแนว บ้างก็ปรับปรุงตามยุคสมัย บ้างก็คงความเป็นเอกลักษณ์เดิมไว้ เรียกได้ว่าคงเสน่ห์และกลิ่นอายของยุคเก่าได้ดีทีเดียว

สำหรับวันหยุดหรือวันพักผ่อนของเพื่อนๆ ถ้าไม่รู้จะไปไหน ลองมาสัมผัสเสน่ห์ของย่านเมืองเก่าแห่งนี้กันดูบ้าง ซึ่งรับประกันได้ว่า “กิน เที่ยว ไทย” ไม่ผิดหวังแน่นอน

“น้ำมันปาล์มตราผึ้ง” โดยกลุ่มปาล์มธรรมชาติ ขอร่วมส่งเสริมเพื่อสืบสานคุณค่าแห่งวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของการ “กินดี อยู่ดี สุขภาพดี” ของคนไทยมาอย่างต่อเนื่อง

Similar Posts

  • ผึ้งสนับสนุนโครงการต่อเนื่องของ English Cloud Classroom

    ล่าสุด “น้ำมันปาล์มตราผึ้ง” ร่วมกับบริษัทฟอร์เวิร์ด แมเนจเม้นท์ เซอร์วิส จำกัด และ โรงเรียนมารีวิทย์ ได้ดำเนินงานจัดกิจกรรมการเรียนรู้ภายใต้ “โครงการส่งเสริมทักษะการเรียนรู้ภาษาอังกฤษเพื่อน้องผ่านระบบออนไลน์ (English Cloud Classroom)” ในปี พ.ศ. 2567 มาอย่างต่อเนื่อง…

  • สิงหา พาแม่กินเที่ยว ชมพุทธศาสนสถาน เดินตลาด แวะกิน ณ เมืองแปดริ้ว

    มาเยือนถึงเมืองแปดริ้ว ก็ต้องนึกถึงตลาดของฝากแถววัดโสธร ร้านอาหารริมแม่น้ำบางประกง และก็ “ตำนานพระพุทธรูปลอยน้ำ คู่เมืองแปดริ้ว” ณ วัดโสธรวรารามวรวิหาร ซึ่งเป็นตำนานที่เราได้เรียนรู้ถึงคุณค่าแห่งพุทธศานสถานที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน …

  • ท่าเตียน ประวัติศาสตร์ย่านกรุงเก่าฝั่งพระนคร

    ถ้าพูดถึง “ท่าเตียน” คงหนี้ไม่พ้นที่จะนึกถึงยักษ์วัดโพธิ์ และใครๆ ก็คงได้เคยแวะมาเยือนเที่ยวชมย่านกรุงเก่าฝั่งพระนครแห่งนี้กันมาบ้างแล้ว นอกจาก “วัดโพธิ์ หรือวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม” ย่านนี้ยังถือว่า…

  • ชุมชนคลองโอ่งอ่าง” มนต์เสน่ห์ที่ไม่ได้หายไปไหน

    ถ้าพูดถึง “ชุมชนหรือย่านกินเที่ยว” ต้องนึกถึงความคึกคัก ความตื่นตัวและความอร่อยของหลากหลายเมนู ผู้คนมักค้นหาสิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ โดยเฉพาะเรื่องของปากท้อง ซึ่งน่าจะเป็นเรื่องสำคัญสำหรับหลายคน เพราะการได้ค้นหารสชาติใหม่ๆ ในสถานที่ที่แปลกไปจากเดิม น่าจะเป็นเรื่องสนุกและน่าสนใจขึ้นมาได้ มีหลายพื้นที่ในกรุงเทพฯ ได้มีการพัฒนาปรับปรุงและสร้างสีสันให้กับชุมชนในเชิงสร้างสรรค์และอนุรักษ์วัฒนธรรมอาหารของคนในชุมชนนั้นๆ ไว้ “คลองโอ่งอ่าง” ก็เป็นหนึ่งชุมชนที่ได้สร้างความแปลกใหม่นั้นขึ้นมา จนได้รับรางวัล 2020 Asian Townscape Awards จาก UN-Habitat Fukuoka ซึ่งได้รับการคัดเลือกให้เป็นต้นแบบของการปรับปรุงภูมิทัศน์ (Landscape Improvement Project) แต่วันนี้ดูเหมือนว่าผู้คนเริ่มห่างหายกันไปบ้าง ในขณะที่ร้านค้า พ่อค้าและแม่ค้าในชุมชนแห่งนี้ยังคงรอคอยผู้มาเยือนอยู่เสมอ รวมไปถึงกำแพงศิลปะขนาดใหญ่ ที่บอกเล่าเรื่องราวของวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของผู้คนในย่านชุมชนเก่าผ่านสีสันและลายเส้นสวยงามให้เรียนรู้และชื่นชมในแต่ละวัน วันนี้ “ชุมชนคลองโอ่งอ่าง” แม้ว่าจะดูเงียบเหงาไปบ้าง ต่างจากช่วงเปิดตัวใหม่ๆ ที่ผู้คนให้ความสนใจและหลั่งไหลกันเข้ามาแวะเวียน ความคึกคักในวันนี้ค่อยๆ…

  • กินเที่ยวสไตล์วาเลนไทน์ ณ ฮาราจูกุ ไทยแลนด์

    “ฮาราจูกุ” ใครๆ ก็รู้จักกันดี แต่จะเที่ยวทั้งที ต้องเก็บเงินเพื่อบินลัดฟ้าไปถึงญี่ปุ่น ต้องคิดหนักกันหน่อย เศรษฐกิจเช่นนี้ประหยัดไว้เป็นดี จะกินจะเที่ยวก็ขอแบบใช้จ่ายอย่างสบายตัวเบากระเป๋าอาจจะดีกว่า เดี่ยวนี้เมืองไทยเรามีสถานที่สร้างสรรค์ใหม่ๆ …

  • “ท่าช้าง ท่ามหาราช และอุโมงค์ลอดถนนหน้าพระลาน”ย่านกินเที่ยวตามรอยประวัติศาสตร์ไทย

    ย่านท่าช้างและท่ามหาราช ถือว่าหนึ่งในพื้นที่ยุทธศาสตร์ตามแผนฟื้นฟูเมืองกรุงเทพฯ 250 ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของไทย เรียกได้ว่าเป็นย่านแห่งการต้อนรับผู้คนและแขกบ้านแขกเมืองอย่างไม่มีวันหยุด ถ้าย้อนกลับไปในอดีต เรารู้กันดีว่าย่านแถวนี้เป็นที่ตั้งของ “หัวแหวนของกรุงรัตนโกสินทร์” คือรอยต่อเชื่อมสำคัญของเมืองหลวง 2 ยุคสมัย จากกรุงธนฯ สู่กรุงเทพฯ ที่ส่งเรื่องราวและกลิ่นอายของไทยได้อย่างไม่รู้เลือน ไม่ว่าจะเป็นวัดวาอาราม (วัดพระแก้ว) ที่ตั้งอยู่ในย่านนี้ด้วย รวมไปถึงตลาดท่าน้ำที่เชื่อมต่อไปยังฝั่งธนบุรี เรื่องราวในแต่ละยุคสมัยแม้ว่าจะจบสิ้นลง แต่ความทรงจำยังคงดำเนินมาอย่างต่อเนื่องจนถึงทุกวันนี้ กาลเวลาผ่าน เรื่องราวและวิถีของคนย่อมแปรเปลี่ยนไปตามพฤติกรรมและ การใช้ชีวิตที่ต้องปรับให้เข้ากับสิ่งใหม่ ๆ ในยุคปัจจุบัน แต่เอกลักษณ์และเสน่ห์ของย่านนี้ยังทิ้งกลิ่นอายของความเป็นไทยได้ดีเสมอ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการค้าขาย การท่องเที่ยว การเดินทางที่ยังคงใช้เรือเป็นพาหนะข้ามฝั่ง รวมไปถึงร้านค้าต่างๆ ที่ต้องปรับตัวให้ทันสมัยและมีสีสันเพื่อดึงดูดความน่าสนใจ ดูเหมือนว่า “ความคิดสร้างสรรค์…